เมื่อ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2514 กระทรวงศึกษาธิการ มีประกาศจัดตั้งวิทยาลัยครูในส่วนภูมิภาคเพิ่มอีก 3 แห่ง วิทยาลัยครูภูเก็ตแบ่งงานทางวิชาการออกเป็นหมวดวิชา ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้แก่ หมวดวิชาวิทยาศาสตร์ หมวดวิชาคณิตศาสตร์ หมวดวิชาสุขศึกษา หมวดวิชา คหกรรม หมวดวิชาเกษตรศาสตร์ และหมวดวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ ปีการศึกษา 2518 มีพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ที่กำหนดให้วิทยาลัยครูสามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตครูได้ถึงระดับ ปริญญาตรี
ปี พ.ศ. 2527 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 เป็นพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พระราชบัญญัตินี้ กำหนดให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันการศึกษาที่ให้การศึกษาวิจัยและผลิตบัณฑิต สาขาวิชาอื่น ๆ ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรีนอกเหนือจากผลิตครู และมีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารงาน โดยแบ่งส่วนราชการเป็นคณะวิชา วิทยาลัยครูภูเก็ตที่จัดตั้งขึ้นในครั้งนั้นมี 4 คณะวิชา คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหัวหน้าคณะวิชาเป็นผู้บังคับบัญชา และมีหัวหน้าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชาในภาควิชา ประกอบด้วยภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ภาควิชาอุตสาหกรรมศิลป์และหัตถศึกษา ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ ภาควิชาพลศึกษาและสุขศึกษา ปีการศึกษา 2518 คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดสอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ หลักสูตรระดับอนุปริญญา วิชาเอกเทคโนโลยีการเกษตร การอาหาร และเปิดสอนสาขาวิชาการศึกษาวิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป ระดับปริญญาตรี 4 ปี เป็นครั้งแรก จากนั้นวิทยาลัยครูภูเก็ตเปิดสอนวิชาเอกสาขาอื่นเพิ่มเติม
ถึงแม้วิทยาลัยครูภูเก็ตสามารถผลิตบัณฑิตได้ 3 สาขาวิชาคือ วิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และการศึกษา แล้วก็ตาม แต่ชื่อ “วิทยาลัยครู” ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นสถาบันผลิตครูเพียงอย่างเดียวและผู้ที่จบจาก วิทยาลัยครูจะต้องประกอบอาชีพครูเท่านั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อใหม่เพื่อใช้แทนคำว่า “วิทยาลัยครู” และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อว่า “สถาบันราชภัฏ” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
ใน วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2538 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 112 ตอน 4 ก. ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 ทำให้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 โดยสาระสำคัญของพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏฉบับนี้ มุ่งเน้นให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มีหน้าที่ให้การศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผลิต ครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู และตาม พระราชบัญญัตินี้มีผลให้กรมการฝึกหัดครูต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานสภา สถาบันราชภัฏ วิทยาลัยครูแต่ละแห่งมีคำนำหน้าเป็นสถาบันราชภัฏ ตำแหน่ง อธิการเปลี่ยนเป็นอธิการบดี ตำแหน่งหัวหน้าคณะวิชาเปลี่ยนเป็นคณบดี คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเปลี่ยนเป็นคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันราชภัฏภูเก็ต มีภาควิชาในสังกัด 8 ภาควิชา คือ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ คหกรรม เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ทั่วไป วิทยาศาสตร์สุขภาพ และอุตสาหกรรมศิลป์ ปี พ.ศ. 2542 มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ จัด แบ่งส่วนราชการของสถาบันราชภัฏภูเก็ตใหม่ โดยกำหนดให้คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีเพียงสำนักงานเลขานุการคณะเท่านั้น การบริหารทางวิชาการในคณะให้จัดในรูปคณะกรรมการโปรแกรมวิชา
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 23 ก ทำให้สถาบันราชภัฏภูเก็ตเปลี่ยนสถานภาพเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต”